เลิกเป็นคนดี แล้วจะมีความสุขจริงไหม

เลิกเป็นคนดี แล้วจะมีความสุขจริงไหม

เคยถามตัวเองไหม… ว่าทำไมเราควรทำดี

ทำไมเราควรพูดจาสุภาพ ทำไมเราควรเป็นคนดี

หลายคนอาจคิดว่าฉันก็เป็นตัวฉันเองอย่างนี้

ฉันไม่จำเป็นต้องแคร์สังคม หรือทำดี

นี่เป็นการมองแบบ “โลกโคจรรอบตัวเรา”

แต่อาจยังมองไม่ลึกถึงตัวเองจริงๆ ถ้ามองถึงตัวเองจริงๆ

เราจะมองว่า… เราไม่ควรหยุดทำดี

แต่เราต้องเริ่มต้นจากการทำดีให้ตัวเราเองก่อน

หลายๆคนโฟกัสผิดจุด เพราะ เริ่มทำดีแก่ผู้อื่นก่อน

เมื่อทำดีไป แล้วไม่ได้ผลดีตอบกลับมาจึงรู้สึกท้อ

นั่นคือการทำให้ตัวเราเองรู้สึกไม่ดีโดยไม่รู้ตัว

หากอยากมีความสุข เราควรได้รับสิ่งดีที่สุดในชีวิตก่อน

ใช้ชีวิตให้ดีที่สุด… มอบสิ่งดีที่สุดให้ตัวเอง

เรียนให้ดีที่สุด… ให้มีความรู้มากที่สุดแก่ตัวเอง

หัดฟังให้มากกว่าพูด… เพิ่มสติปัญญาแก่ตัวเอง

เลือกทานแต่ของดีๆ… ให้อาหารที่มีประโยชน์แก่ตัวเอง

ออกกำลังกายบ้าง… ให้อากาศที่สะอาดแก่ตัวเอง

ให้หัวใจสะอาด ปราศจากความ ชัง และ โมหะ

ให้สมองปลอดโปร่ง ปลอดเรื่องสกปรก

ให้หูสะอาด ไม่ฟังเสียงนินทาให้ร้ายกัน

ให้ปากสะอาด ไม่บ่น ไม่นินทาใคร

ให้ความรู้สึกดี ปราศจากความโลภ

ให้จิตใจดี ปราศกิเลส และ มีเมตตา

ทั้งหมดนี้เพราะเราเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี

โดยเป็นทั้งประโยชน์ต่อตัวเองและโลกด้วย

เมื่อเริ่มต้นที่การดีต่อตัวเอง ไม่หลอกตัวเอง

ให้เกียรติตัวเอง รักตัวเองให้มากขึ้น

ต้องไม่เลิกเป็นคนดี ( ต่อตัวเอง ) แล้วจะมีความสุขมากขึ้น

เมื่อตัวเราดีมากขึ้น เราจะส่งต่อความดีไปให้ผู้อื่นได้โดยง่าย

เมื่อเรามีความสุขมาก เราก็จะไม่หวงความสุขนั้นไว้

ถ้าคุณมีเงิน 86,400 บาท แล้วมีคนมาขโมยเงินคุณไป 10 บาท

คุณจะโมโหแล้วทิ้งเงินที่เหลืออีก 86,390 บาท…

เพื่อไป ตามหาเงิน 10 บาทนั้นไหม ก็คงไม่…

ทุกวันนี้ คุณมีเวลา 1 วัน 86,400 วินาที

ถ้าใครทำให้คุณหงุดหงิด อารมณ์เสีย เพียง 10 วินาที

คุณอย่าทิ้ง 86,390 วินาทีที่เหลือ ไปกับความทุกข์

อย่าเปลืองและเสียเวลาเวลากับสิ่งเล็กๆน้อยๆ

เพราะชีวิตคุณยิ่งใหญ่กว่านั้น…

คิดแต่เรื่องที่ดีดี พูดแต่สิ่งดีดี ทำแต่ความดี

ก็จะมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตของเราตลอดไป…

ที่มา วินทร์ เลียววาริณ