Home บทเรียนชีวิต สังเกตว่าแฟนของคุณว่า “คบซ้อน” ด้วย 5 วิธีนี้

สังเกตว่าแฟนของคุณว่า “คบซ้อน” ด้วย 5 วิธีนี้

4 second read
0
0
3,573

สังเกตว่าแฟนของคุณว่า “คบซ้อน” ด้วย 5 วิธีนี้

อยากจะแนะนำวิธีให้สาวๆ ทุกคนได้รู้เกี่ยวกับพฤติกรรมอันน่าสงสัยของผู้ชายในเวลาที่เขากำลังอาจนอกใจเรา ตามไปดูกันเลย จะได้ไม่ต้องเสียใจ โดนเทกลางทางนะจ๊ะ

1. มีข้ออ้างสารพัดในการเจอคุณ

แต่ก่อนมีเวลาให้คุณแทบจะทุกวัน หรือถึงจะติดงานยุ่งแค่ไหน เขาก็จะสรรหาเวลามาเจอคุณให้ได้ แต่เดี๋ยวนี้เขากลับมีข้ออ้างสารพัดมาบอกกับคุณ อย่าง ‘วันนี้ผมมีนัดกับลูกค้า’, ‘เย็นนี้ผมติดงานด่วน แล้วยังต้องมีประชุมต่ออีก’ หรือ ‘วันนี้ผมต้องไปทานข้าวกับครอบครัว คงไปเจอคุณไม่ได้’ ชักแม่น้ำทั้งห้าสายมาบอกคุณแทบทุกวัน จะเจอตัวเขาในหนึ่งสัปดาห์นั้นยากแสนยาก หาเวลาเจอเขาไม่ได้ง่ายๆ … ข้อนี้คุณควรต้องระวังให้ดีเลยล่ะ สังเกตพฤติกรรมของแฟนคุณดู เพราะอาจเป็นไปได้ว่าเขาจะค่อยๆ ตีตัวออกห่างจากคุณ และสารพัดข้ออ้างนี้แหละ จะทำให้เกิดพื้นที่ว่าง/ระยะห่างของคุณกับเขา ดีไม่ดีมันอาจใช้เป็นข้ออ้างเพื่อไปหาสาวคนอื่นโดยที่คุณไม่รู้ตัว 

หากคุณไม่อยากให้เรื่องรักดราม่า และไม่เชื่อใจเขาไปมากกว่านี้ ทางที่ดีเคลียร์ๆ กันไปเลยดีกว่า ว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่ เพราะเพียงแค่เหตุผลเรื่องงานที่ทำให้เขากลับดึกบ่อยๆ, ไม่ได้เจอกันเลย แม้แต่ในช่วงสุดสัปดาห์นั้น อาจไม่เพียงพอ และมันดูจะฟังไม่ขึ้นเท่าไร แถมเหตุผลมันยังซ้ำซาก-จำเจเกินไปรึเปล่า ใครจะไปมีงานดึกดื่นได้ทุกวันล่ะ … จริงไหม 

2. แอบเล่นโทรศัพท์/อุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ

ไม่ผิดหรอกนะหากคุณหรือเขาต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง แต่อะไรที่มันส่วนตัวมากไปจนคล้ายเป็นความลับ ก็ดูเหมือนมันจะมากเกินไปหน่อย โดยเฉพาะเมื่อเขาอยู่ต่อหน้าคุณ แต่เขาดันไม่แตะโทรศัพท์ของเขาเลย หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ต่อหน้าคุณ เพราะกลัวว่าคุณจะถามโน่น ถามนี่ ไม่อยู่ห่างจากโทรศัพท์เลยแม้แต่น้อย แถมยังไม่ให้คุณแตะต้องโทรศัพท์เขาอีก (หากคุณหยิบโทรศัพท์เขาขึ้นมา แต่เขาแสดงท่าทีตกใจ และรีบคว้ามันกลับอย่างไว) อันนี้คุณก็ควรต้องระวังไว้ให้ดีแล้วล่ะ ว่าเขาอาจมีความลับอะไรซ่อนอยู่รึเปล่า เพราะหนุ่มๆ ที่บริสุทธิ์ใจที่ไหน เขาจะทำแบบนั้นกันล่ะ … อะไรมันจะเป็นความลับขนาดนั้น 

หรือแม้แต่เขาแอบใช้โทรศัพท์ตอนที่คุณไม่อยู่ หรือคุณอยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเขาพอสมควร ไม่ว่าจะส่งข้อความก็ดี หรือโทร.คุยสายกับคนอื่นอยู่ก็ดี หากเป็นครั้งเดียวก็คงจะไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเขาทำเกินมากกว่าสองครั้ง คุณก็ควรสังเกตความผิดปกติได้แล้วนะ แต่ทว่าในอีกกรณีหนึ่ง ถ้าเขาเงียบนิ่งผิดปกติ-แสดงท่าทีไม่สนใจ/ละเลย เมื่อได้รับข้อความ หรือสายเรียกเข้า ตอนอยู่กับคุณ … นั่นก็อาจเป็นไปได้ว่า สาวๆ คนอื่นอาจกริ๊งกร๊างโทร.มาหาเขาก็เป็นได้ แค่เขาปล่อยเลยไป ไม่ให้คุณระแวงสงสัย 

3. หันมาแต่งตัวตัวดีขึ้นเป็นพิเศษ

จากที่เขาเป็นคนไม่ชอบแต่งตัว แต่อยู่ๆ ดันลุกขึ้นมาแต่งตัว หันมาดูแล (หุ่น) ตัวเองซะอย่างนั้น แลดูดีขึ้นผิดหูผิดตา แบบนี้มันต้องมีแรงจูงใจอะไรบางอย่างแน่  ก็ร้อยวันพันปีอยู่กับคุณ ไม่เห็นว่าเขาจะหันมาจริงจัง-ใส่ใจกับการแต่งตัวขนาดนี้เลยนี่นา อย่างเสื้อเชิ้ตที่ปกติไม่เคยใส่ ก็เปลี่ยนมาใส่, น้ำหอมที่ไม่เคยฉีด เกลียดกลิ่นฟุ้งกระจายเป็นที่สุด ก็ดันเปลี่ยนมาฉีดซะนี่ อีกทั้งยังหันมาเซตผมซะหล่อเฟี้ยว เข้ายิมเกือบทุกวันเพื่อเฟิร์มหุ่นให้ดูดี ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาออกจะขี้เกียจเข้ายิมซะด้วยซ้ำ คุณว่ามันแปลกๆ ไหมล่ะที่เขาจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไม่มีเหตุผล … ส่อแววมีพิรุธขนาดนี้ สงสัยคุณต้องคอยหมั่นเช็กถามเขาดูหน่อยแล้วล่ะ เพราะไม่แน่ว่าเขาอาจกำลังสร้างความสนใจ/ความประทับใจ หรือเริ่มสานสัมพันธ์กับสาวคนอื่นอยู่ก็ได้

4. บิลค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น

การเงินก็เป็นตัวบ่งบอกความเปลี่ยนไปของเขาเช่นกัน ถ้าอยู่ๆ บิลค่าใช้จ่าย ค่าบัตรเครดิต หรือใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆ ของเขามีมากขึ้นอย่างไม่สามารถอธิบายได้ คุณก็เริ่มตั้งข้อสงสัยได้เลยว่า เขานำเงินไปทำอะไรมากมาย …ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารต่อมื้อที่แพงหูฉี่ ค่าของขวัญ หรือของเล็กๆ น้อยๆ ก็คุณไม่ได้ไปทานอาหารด้วยกันกับเขานี่นา แถมของต่างๆ ที่เขาซื้อ คุณก็ไม่ได้รับจากเขาอีกด้วย แล้วแบบนี้เขาเอาเงินไปเลี้ยงใคร ซื้อของขวัญให้ตั้งเยอะแยะกันล่ะ ซึ่งเรื่องพวกนี้แหละเขาจะหลบซ่อนจากสายตาคุณได้เก่งนัก หากเขาไปกับสาวคนอื่นที่ไม่ใช่คุณ ใบเสร็จ และค่าบัตรเครดิตพวกนี้ล่ะ จะเป็นหลักฐานมัดตัวเขาได้อย่างดี ว่าเขาไปทำอะไรมาบ้างเมื่อคุณไม่อยู่ เพราะใช่ว่าอยู่ๆ จำนวนเงินค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นเองได้ซะเมื่อไรล่ะ และเขาจะใช้จ่ายสิ่งต่างๆ ไปโดยที่เขาไม่รู้ไม่เห็น …

สอดส่องสายตาสำรวจใบเสร็จต่างๆ หรือค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตรอบเดือนของเขาให้ดี ไม่ว่าจะเป็นในกระเป๋าเสื้อ-กางเกง, ใต้โต๊ะ หรือแม้กระทั่งในตู้เสื้อผ้า ที่เขาพับเก็บไว้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพราะนั่นเขาอาจกำลังเก็บซ่อนมันให้พ้นจากสายตาคุณอยู่

5. เขาเซฟตัวเองเสมอๆ และรู้จักการตั้งรับเป็นอย่างดี

แน่ล่ะหากเขามีคนอื่นจริง เขาต้องเตรียมตั้งรับมือกับคุณไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะคำถามไหนที่คุณถาม หรือสถานการณ์ไหนที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ เขาก็ต้องเซฟตัวเองกลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมให้ได้ และถ้าคุณเป็นฝ่ายเริ่มต้นโวยวาย จุกจิก-เซ้าซี้เขาสารพัด ด้วยคำถาม ‘หายไปไหนมาตั้งนาน’, ‘ทำอะไรอยู่’, ‘อยู่ที่ไหน กับใคร’ หรือ ‘คุณอยู่ที่ไหนมาตลอดคืน ฉันพยายามที่จะติดต่อคุณ’ นั่นขอให้รู้ไว้เลยว่า คุณกำลังเข้าทางที่เขาวางไว้ และทำให้สามารถสวนกลับคุณในทันควัน โดยเขาอาจจะขึ้นเสียง ตอบเน้นน้ำหนักให้ดูน่าเชื่อถือ และพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงรำคาญ ให้คุณรู้สึกผิดที่เซ้าซี้เขามากเกินไป ให้คุณกลับไปคิดว่าสิ่งที่คุณทำดีแล้วหรือไม่ ที่คุณใส่อารมณ์กับเขามันผิดหรือถูกกันแน่ เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นความผิดของเขายังไงล่ะ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สามารถมองได้สองแง่ คือ

1. คุณอาจเซ้าซี้/ระแวงเขามากเกินไปจริงๆ กับ

2. เขากำลังใช้มันเป็นข้ออ้าง เพื่อทำบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่ต้องการบอกคุณ ใช้จุดอ่อนความใส่ใจของคุณพลิกเกม-โยนความผิดให้คุณซะงั้น … มันเหมือนการทำสงครามจิตวิทยาอย่างหนึ่งนะ ใช้คำพูดย้อนกลับพยายามทำให้คุณไขว้เขว คุณรู้ใช่ไหมล่ะ ….

ที่มา คิดเป็น

Load More Related Articles
Load More By Sharing Your Stories
Load More In บทเรียนชีวิต

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Check Also

คนเราเกิดมาเพื่อ ผิดพลาด เรียนรู้ และ แก้ไข

คนเราเกิดมาเพื่อ ผิดพลาด เรียนรู้ และ แก้ไข เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ชีวิตจาก สมาชิกพันทิพ ห…