แกล้งเป็นคนจนเพื่อพิสูจน์รักแท้ แต่สุดท้ายต้องเสียใจกับเ รื่ อ งที่ไม่คาดไม่คิด

ชายหญิงที่กำลังมีความรักหรือเป็นคู่รักกันนั้น เมื่อเขาทั้งสองได้อยู่ด้วยกันใกล้ชิดกัน ดูเหมือนว่าโลกทั้งโลกล้วนแล้วแต่เป็นสีชมพูเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข แต่ต้องยอมรับว่า เมื่อเขาทั้งสองได้ ตั ดสินใจที่จะแต่งงานกัน ใช้ชีวิตร่วมกันเพื่อสร้างครอบครัวใหม่ของตนเอง ก็ต้องมีปัจจัยต่างเข้ามาช่วย ตั ดสินใจว่า เราจะแต่งงานกับคนนี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะผู้หญิงจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าฝ่ายชายรักเธอและพร้อมที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเธอไปตลอดจริง

โดยหญิงสาวรายหนึ่ง ได้เล่าเ รื่ อ งราวประสบการณ์ความรักของเธอเอาไว้ว่า ได้รู้จักกับแฟนหนุ่ม ขณะเรียนปริญญาโท ซึ่งเรียนอยู่ห้องเดียวกัน รูปร่ า งของเขาไม่ได้สูงมากนัก ดูเรียบร้อย ใบหน้าสะอาดสะอ้าน ชอบอมยิ้มที่มุมปาก ชอบพูดติดตลก และนี่คือสเปคผู้ชายแบบที่ฉันชอบเลย

หลังจากที่พย าย ามทำความรู้จักกันมากขึ้น ก็รู้ว่า เขามาจากชนบท ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี การที่ทางบ้านส่งเสียเขาเรียนปริญญาโทถือเป็นเ รื่ อ งหนักหนาพอสมควร

หลังจากเปิดทอมได้ 2 สัปดาห์ ฉัน ตั ดสินใจเดินหน้าจีบเขา ฉันได้ลองปรึกษากับเพื่อนสนิท และได้คำแนะนำมาว่าคนที่มาจากชนบทส่วนใหญ่จะชอบคนຣวຢ แต่ถ้าเขารู้ว่าฉันຣวຢ เขาอาจจะคบเพราะเงินมากกว่าความรักก็ได้ แล้วถ้าคบเพราะเงินอีกหน่อยแต่งงานกันไป

โอกาสที่เขาจะњอกใຈ ก็มีสูงเพราะเขาไม่ได้รักเราจริง แต่มาคบกับเราเพราะอย า กได้เงิน เพื่อนจึงแนะนำให้ฉันเก็บความลับเ รื่ อ งฐานะทางบ้านไว้ แล้วแกล้งทำเป็นจน ลองใจเข า ดู ว่าเขาจะรักฉันจริงไหม ถ้าไม่ใช่ก็ค่อยเลิกคบไป ซึ่งฉันก็เห็นด้วยกับความคิดของเพื่อน จึงลองทำตาม

ซึ่งในสมัยเรียนอยู่ปริญญาตรี มีคนเข้าหาฉันมากมาย ฉันก็ลองคบหาดู แต่สุดท้ายก็รู้ว่าทุกคนเข้าหาฉันเพื่อผลประโยชน์ เข้าหาเพราะเงิน เข้าหาเพราะเรียนจบแล้วอย า กจะให้ฉันฝากเข้าทำงานที่บริษัทของพ่อ ฉันจึง ตั ดสินใจลองแกล้งเป็นคนจนดู เผื่อจะได้เจอรักแท้ ฉันต้องเลิกใช้ของแบรนด์เนมทุกอย่าง เลิกกินอาหารตามร้านหรู มากินอาหารในโรงอาหารแทนนอกจากโอกาสพิเศษจริงถึงจะออกไปกินอาหารบุฟเฟ่ต์

พวกเราช่วยกันติวหนังสือ ช่วยกันทำวิทย านิพนธ์ หลังจากนั้น 3 ปี ฉันคิดว่าเราสองคนไปด้วยกันได้ดี อย่างน้อยก็มีความรู้สึกดีให้กัน ฉันรักเขามาก

หลังจากเรียนจบ เขาสามารถเข้าทำงานที่ดี มีเงินเดือนสูง ส่วนฉันไม่อย า กจะทำงาน จึงแกล้งทำเป็นหางานทำไม่ได้ ให้เขาเป็นคนดูแล ซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แถมบอกว่า ถ้าอีกหน่อยเขาຣวຢ เขาจะเป็นคนดูแลทุกอย่างให้ฉันเอง คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

หลังจากนั้นไม่นาน พ่อแม่ของฉันก็รู้เ รื่ อ งของแฟนฉัน ท่านได้ยินมาว่าเป็นคนดี อย า กให้ฉันพามาแนะนำให้รู้จักถ้าเป็นคนดีจริง ก็อย า กจะให้เราแต่งงานกัน พามาทำงานที่บริษัทของพ่อ แล้วจะให้เป็นคนดูแลกิจการต่อไป

คืนนั้นฉันจึงลองใจถามแฟนฉันดู ” คุณ ถ้าฉันเป็นลูกคนຣวຢที่ขี้เกียจคุณจะเลิกกับฉันไหม?” เขาหัวเราะแล้วตอบมาว่า “แล้วเธอจะไปเป็นลูกคนຣวຢได้ยังไง และอีกอย่างเขาทนเห็นพวกลูกคนຣวຢที่วันไม่ทำอะไร คอยใช้แต่เงินพ่อแม่ไปวันไม่ได้ ทำตัวไร้ประโยชน์ น่าขยะแขยง” คำพูดเหล่านี้ คือสิ่งที่ฉันไม่อย า กได้ยินที่สุด แต่ฉันต้องแกล้งทำไม่ใส่ใจ และก็ทำให้รู้ว่า มันยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกความจริงกับเขา ฉันขอให้พ่อกับแม่รอเวลาอีกหน่อย หลังจากที่ฉันบอกความจริงแล้วฉันจะพาไปทำความรู้จักพวกท่านแน่นอน

เข า ดูแลฉันเป็นอย่างดี เงินเดือนทุกเดือนหลังจากหักค่าใช้จ่ายภายในบ้านแล้ว หักที่เขาส่งให้ทางบ้านแล้ว เหลือเท่าไรเขาจะให้ฉันเป็นคนเก็บทั้งหมด ทุกวันจะทำอาหารอร่อยให้กิน ทำให้ฉันมีความสุขมาก มีโอกาสหลายครั้งที่ฉันอย า กจะบอกความจริงกับเขา แต่ฉันกลัวว่าเขาจะทิ้งฉันไป เลยไม่กล้าที่จะบอกความจริง

ก่อนตรุษจีนไม่กี่วัน ฉันเห็นเข า ดูเ ศ ร้ า จึงถามว่าเกิດอะไรขึ้น เขาตอบว่าแม่ของเขาป่ ว ยเป็นโ ร คหัวใจตอนนี้อาการทรุด ต้องรีบผ่า ตั ดทำบายพาส แต่การผ่า ตั ดต้องใช้เงินเยอะมาก แต่เขามีเงินไม่พอ ฉันได้แต่คิดว่าจะทำอย่างไรดี ฉันให้เพื่อนสนิทไปลงขอรับบริจาคทางหนังสือพิมพ์เพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการผ่า ตั ด แต่จริงแล้วเงินทั้งหมดนั้น คือเงินของฉันเอง

วันที่เพื่อนของฉันนำเงินไปให้เขา เขากลับมาดีใจบอกว่า “ผู้จัดการบริษัทที่เขาทำงานอยู่จะให้เขายืมเงิน” เขาอย า กจะเอาเงินไปคืนให้กับคนที่บริจาคมา เขายอมเป็นหนี้ดีกว่าเอาเงินคนอื่นมาฟรี ฉันจึงบอกไปว่า “เธอนี่โง่มาก เงินนี้มีคนใจบุญอย า กจะช่วย ทำไมไม่รับไว้” เพราะเ รื่ อ งนี้ทำให้เราทะเลาะกันรุ นแร ง ซึ่งเป็นการทะเลาะกันครั้งแรกของเราสองคนตั้งแต่คบกันมา ฉันยังด่าเขาอีกว่า “จนแล้วยังหยิ่งอีก” เขาก็ด่ากลับมาว่า “ที่มีอยู่มีกินทุกวันนี้ก็เพราะไอ้คนจนคนนี้ไม่ใช่หรอ” ฉันจึงเก็บของกลับไปอยู่บ้าน เขาก็ลาพักร้อน 1 สัปดาห์กลับบ้านไปดูแลแม่

ฉันกลับไปคิดหลายวัน ทนไม่ได้ จึงซื้อของขวัญไปเยี่ยมแม่เขาที่โรงพย าบาล เมื่อไปถึง พบว่ามีผู้หญิงคนนึงอยู่ในห้อง ดูสนิทสนมกับเขา เขาบอกว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่จากความรู้สึกของฉัน ฉันคิดว่าไม่น่าจะใช่ เพื่อนสนิทของฉันช่วยสืบว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ถึงได้รู้ว่าเป็นลูกสาวของผู้จัดการและเธอก็ชอบแฟนของฉัน เคยจีบแฟนฉันและรู้ว่าเราเป็นแฟนกัน แต่เธอไม่ได้ใส่ใจ แล้วยังเคยพูดกับแฟนฉันอีกว่า ” ทำไมถึงไปคบกับคนไม่เอาถ่านแบบนั้น ที่บ้านย ากจนแล้วยังไม่ทำงานทำการอีก” แฟนฉันตอบเธอว่า “เรากำลังจะเลิกกันแล้ว

หลังจากที่รู้ความจริงแล้ว ฉันจึงถามเขา เขาก็ยอมรับว่า ผู้จัดการจะซื้อบ้าน ซื้อรถให้ และให้เขาไม่ต้องทำงานหนัก ฉันได้ยินแล้วไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี “เมื่อก่อนที่เคยพูดไว้ลืมแล้วหรอ ที่บอกว่าไม่ชอบลูกคนຣวຢ?” เขาบอกว่านั้นมันเมื่อก่อน ก่อนที่แม่จะป่ ว ย ตอนนี้ความคิดเปลี่ยนไปแล้ว คนมันเปลี่ยนกันได้ ฉันจึงบอกความจริงกับเขา แต่เขาไม่เชื่อคิดว่าฉันโกหก แถมยังบอกว่าถ้าเป็นเ รื่ อ งจริงที่ฉันຣวຢ เขาจะยิ่งเ ก ลี ຍ ด ฉันมากขึ้นไปอีกที่โกหก และเมื่อถึงเวลาลำบากก็ไม่คิดจะช่วยเหลือเขา ฉันจึงบอกความจริงเ รื่ อ งเงินบริจาค แต่เขาก็ไม่เชื่ออีก ก็คงไม่มีอะไรต้องพูดกันแล้ว เราเลยเลิกกัน

วันแต่งงานของเขา ฉันไปร่วมงานโดยไม่ได้ถูกเชิญ ฉันแต่งตัวสวยที่สุดไปร่วมงาน พอเขาเห็นฉัน เขาถึ งกั บตะลึง ฉันยิ้มมุมปาก เอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าถือ เอาเงิน สองแสนออกมา ปาใส่หน้าเขา “เงินนี้คืนให้ ที่ฉันเคยใช้เงินของคุณ” แล้วหันหลังเดินออกจากงานไปทันที

พ่อกับแม่รู้เ รื่ อ งที่ฉันทำ ท่านดุสั่งสอนฉัน ว่าฉันทำเกินไป แต่ฉันอาจจะผิดที่ปิดบังเขา แต่เขาเองก็ทิ้งฉันไปอย่างง่ายดายเหลือเกิน ก็ อย า กจะตามหาคนที่รักจริง สักคนทำไมมันถึงย ากเย็นเหลือเกิน

ข้อมูล : liekr